แทงบาคาร่า สอนแทง อัตราจ่าย สูตรเดินเงิน ที่ควรรู้ !8 min read
Home / บาคาร่า /

แทงบาคาร่า สอนแทง อัตราจ่าย สูตรเดินเงิน ที่ควรรู้ !8 min read

สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่านที่ติดตาม Stakehow อยู่แล้ว และ ผู้อ่านที่พึ่งเข้ามาอ่านบทความนี้เป็นบทความแรกนะครับ สำหรับบทความนี้ เราจะมาสอน แทงบาคาร่า ว่าเกมส์ไพ่บาคาร่า มีตำแหน่งที่เดิมพันตรงไหนบ้าง และแต่ละตำแหน่งจะมีอัตราจ่ายเท่าไหร่ พร้อมทั้งสูตรเดินเงินที่สามารถทำกำไรจากเกมส์ไพ่บาคาร่าได้

 

แทงบาคาร่า (Baccarat)

สำหรับเกมส์ไพ่ บาคาร่า เป็นเกมส์ไพ่ชนิดหนึ่งที่ทางคาสิโนออนไลน์ ได้ให้บริการ ซึ่งเป็นเกมส์ไพ่ที่ได้รับความนิยมและนักพนันคาสิโนชอบเล่นกันมาก เพราะเป็นเกมส์ไพ่ที่เล่นง่าย เพียงแค่เลือกว่าฝั่งไหนจะชนะ และในแต่ละรอบที่เล่น ก็ใช้เวลาเล่นไม่นาน ซึ่ง บาคาร่า มีให้เล่นแทบทุกคาสิโนออนไลน์ครับ จะเรียกว่าเกมส์ฮิตตลอดกาลก็ไม่แปลก

แทงบาคาร่า (Baccarat)
แทงบาคาร่า (Baccarat)

ซึ่งเกมส์ไพ่บาคาร่า เป็นเกมส์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก มีโอกาสแพ้ชนะ 50:50 เพราะเกมส์ไพ่บาคาร่า จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งให้เลือกเดิมพัน นั่นคือ ฝั่งเจ้ามือ (Banker) และ ฝั่งผู้เล่น (Player) โดยจะมีดีลเลอร์ที่ทำหน้าที่ดูแลโต๊ะ และทำการแจกไพ่ โดยจะทำการหงายไพ่ของทั้งสองฝั่ง และนับแต้ม ถ้าแต้มฝั่งไหน มีแต้มใกล้เคียง 9 แต้มมากที่สุด ก็จะเป็นฝั่งที่ชนะครับ

เมื่อดีลเลอร์ทำการแจกไพ่สองใบ โดยหงายไพ่แล้ว จากนั้นดีลเลอร์จะทำการนับแต้มหน้าไพ่ ถ้ารวมแต้มไพ่แล้วฝั่งใดมีแต้มระหว่าง 0 – 5 แต้ม ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่เพิ่ม 1 ใบ โดยการหงายไพ่ แต่ถ้ามีแต้มระหว่าง 6 – 7 แต้ม ดีลเลอร์จะไม่ทำการแจกไพ่เพิ่ม  แต่ถ้ามีแต้มระหว่าง 8 – 9 แต้มจะเรียกว่าไพ่ป๊อก ซึ่งไพ่ป๊อกนี้จะชนะไพ่ที่มีแต้มระหว่าง 0-7 แต้มทันที

สำหรับในส่วนของการเดิมพันนั้น จะมีการเดิมพันที่นิยมเดิมพันกัน อยู่ 2 ฝั่ง นั่นคือ ฝั่งเจ้ามือ และ ฝั่งผู้เล่น ครับ นอกจากนี้ยังมีการเดิมพันแบบอื่นๆ อีก เช่น เสมอ เจ้ามือคู่ ผู้เล่นคู่ เป็นต้น ซึ่งเกมส์ไพ่บาคาร่า ที่เว็บคาสิโนออนไลน์ให้บริการ จะมีให้เลือกเล่น 2 แบบ นั่นคือ แบบที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น และ แบบที่มีค่าคอมมิชชั่น (จะพูดถึงในหัวข้อถัดไป)

 

กติกาบาคาร่า

เว็บคาสิโนออนไลน์จะมีโต๊ะบาคาร่าให้เลือกอยู่ 2 แบบ ดังนี้

1. แบบที่ไม่มีคอมมิชชั่น ถ้าเดิมพันฝั่งเจ้ามือ (Banker) และชนะด้วยแต้ม 6 แต้ม ทางเว็บคาสิโนออนไลน์จะทำการจ่ายเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่เดิมพัน หรือ 0.5:1 นั่นเอง แต่ถ้าเดิมพันฝั่งเจ้ามือ และชนะด้วยแต้มอื่นนอกจาก 6 ก็จะได้รางวัลเต็มๆ อัตราจ่าย 1 : 1 และหากเดิมพันฝั่งผู้เล่น (Player) จะไม่มีการหักค่าคอมมิชชั่นใดๆ คือ จะไม่มีการคิดค่าคอมมิชชั่นเมื่อถูกรางวัล

2. แบบที่มีคอมมิชชั่น คือ สำหรับโต๊ะเดิมพันนี้ จะถูกคิดค่าคอมมิชชั่น เมื่อเดิมพันฝั่งเจ้ามือ (Banker) 5% ซึ่งเราจะได้กำไรจากการเล่นเพียง 95% หรือ 0.95:1 จากจำนวนยอดเดิมพัน เช่น เมื่อเราเดิมพันฝั่งเจ้ามือ 100 บาท แล้วชนะ เราจะได้กำไรเพียง 95 บาทรวมทุน เราจะได้เงินที่เดิมพันพร้อมกำไรเท่ากับ 195 บาท แต่ถ้าเดิมพันฝั่งผู้เล่น (Player) จะไม่โดนหัก

 

วิธีการเล่นบาคาร่า

ในการเดิมพันนั้น เพื่อนๆ ต้องทำการเลือกฝั่งที่ต้องการจะลงเดิมพัน โดยจะมีตำแหน่งให้เลือกเดิมพันอยู่ 5 รูปแบบหลักๆ (จะพูดถึงในหัวข้อถัดไป) แต่มีเพียง 2 ตำแหน่งที่นักพนัน หรือ เซียนพนันจะเลือกเดิมพัน นั่นคือ ฝั่งเจ้ามือ (Banker) และ ฝั่งผู้เล่น (Player)

เมื่อเดิมพันเรียบร้อยแล้ว หรือ หมดเวลาเดิมพัน จากนั้น ดีลเลอร์จะทำการแจกไพ่ โดยหงายไพ่ขึ้นมา 2 ใบ แล้วทำการนับแต้มหน้าไพ่ ถ้าไพ่ 2 ใบแรกมีแต้มระหว่าง 0 – 5 แต้ม ดีลเลอร์จะทำการจั่วไพ่เพิ่ม 1 ใบ แต่ถ้ามีแต้ม ระหว่าง 6 – 7 แต้ม ดีลเลอร์จะไม่ทำการแจกไพ่เพิ่ม แต่ถ้ามีแต้ม 8 – 9 แต้ม ดีลเลอร์จะไม่ทำการแจกไพ่เพิ่ม เพราะจะชนะ ไพ่ที่มีแต้มระหว่าง 0 – 7 แต้มทันที (จะไม่มีการจั่วไพ่เพิ่ม ถึงไพ่จะมีแต้มระหว่าง 0 – 5 แต้มก็ตาม)

 

ตำแหน่งเดิมพัน บาคาร่า

สำหรับตำแหน่งที่เดิมพันหลักๆ จะมีอยู่ 5 ตำแหน่งด้วยกัน ดังนี้

  • เจ้ามือ (Banker) : สำหรับตำแหน่งนี้จะเป็นการเดิมพันว่าแต้มไพ่ของเจ้ามือจะมีแต้มใกล้เคียง 9 แต้มมากกว่า แต้มของผู้เล่น
  • ผู้เล่น (Player) : สำหรับตำแหน่งนี้ จะเป็นการเดิมพันว่าแต้มไพ่ของผู้เล่น จะมีแต้มใกล้เคียง 9 แต้มมากกว่า แต้มของเจ้ามือ
  • เสมอ (Tie) : สำหรับตำแหน่งนี้ จะเป็นการเดิมพันว่าแต้มไพ่ของทั้งสองฝั่ง จะมีแต้มที่เท่ากัน
  • เจ้ามือคู่ : สำหรับตำแหน่งนี้ จะเป็นการเดิมพันว่า ไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งเจ้ามือ จะได้หน้าไพ่ที่เหมือนกัน เช่น 9 โพดำ กับ 9 โพแดง หรือ K ดอกจิก กับ K ข้าวหลามตัด
  • ผู้เล่นคู่ : สำหรับตำแหน่งนี้ จะเป็นการเดิมพันว่า ไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งผู้เล่น จะได้หน้าไพ่ที่เหมือนกัน เช่น A โพแดง กับ A โพดำ หรือ 5 ข้าวหลามตัด กับ 5 ดอกจิก

 

อัตราการจ่ายบาคาร่า

สำหรับ อัตราจ่าย จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่มีค่าคอมมิชชั่น (5%) และไม่มีค่าคอมมิชชั่น

บาคาร่า ที่มีค่าคอมมิชชั่น (5%) บาคาร่า ที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น 
ตำแหน่งการวางเดิมพัน อัตราจ่าย ตำแหน่งการวางเดิมพัน อัตราจ่าย
เจ้ามือ (Banker) 1 : 0.95 เจ้ามือ (Banker) 1 : 1*
ผู้เล่น (Player ) 1 : 1 ผู้เล่น (Player ) 1 : 1
เจ้ามือคู่ 1 : 11 เจ้ามือคู่ 1 : 11
ผู้เล่นคู่ 1 : 11 ผู้เล่นคู่ 1 : 11
เสมอ 1 : 8 เสมอ 1 : 8

* แต่สำหรับบาคาร่าที่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น เมื่อ เจ้ามือ ชนะด้วยแต้ม 6 แต้ม จะมีอัตราจ่ายเพียง ครึ่งหนึ่ง หรือ 1 : 0.5 

 

สูตรเดินเงินบาคาร่า

สำหรับสูตรเดินเงิน ที่สามารถนำมาใช้กับเกมส์ไพ่บาคาร่า ก็จะมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสูตรเดินเงินที่นิยมอย่าง Martingale , Super Martingale , Winning Martingale หรือ สูตรเดินเงินอื่นๆ เช่น สูตรเดินเงิน 1324 , สูตรเดินเงิน กรินด์ , สูตรเดินเงินคงที่ 101 และยังมีสูตรเดินเงินสูตร อื่นๆ อีกมากมาย

แต่สำหรับบทความนี้ เราจะมาแนะนำ 2 สูตรเดินเงินนะครับ นั่นคือ สูตรเดินเงินที่เป็นที่นิยมอย่าง สูตรเดินเงิน Martingale และ สูตรเดินเงิน 1324 นะครับ

 

สูตรเดินเงิน 1324

สำหรับสูตรเดินเงิน 1324 จะมีการเดินเงินแบ่งออกเป็น 4 ตา ดังนี้

  • ตาแรกลง : 1 หน่วย
  • ชนะ : ตาสองลง 3 หน่วย
  • ถ้าชนะ : ตาสามลง 2 หน่วย
  • ถ้าชนะ : ตาที่สี่ ลง 4 หน่วย

หรืออาจพูดได้ว่า

  1. ถ้าพนันชนะ, คุณก็เดิมพันในตาต่อไปตามลำดับ
  2. ถ้าพนันแพ้, คุณก็กลับไปเริ่มต้นที่ 1 ใหม่
  3. ถ้าพนันชนะทั้งหมด ทั้ง 4 ตา คุณก็กลับไปเริ่มต้นใหม่  คุณจะได้กำไรแล้ว 10 เท่า

* 1 หน่วยจะเท่ากับกี่บาทก็ได้ เช่น 1 หน่วย อาจจะเท่ากับ 100 หรือ 500 หรือ 1,000 บาท

หากเพื่อนๆ คนไหนยังไม่เข้าใจ วิธีการเดินเงินสูตรนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ บทความ สูตรเดินเงิน 1324 ได้ครับ เพราะในบทความนี้เราได้เขียนการใช้งานของสูตรเดินเงินนี้อย่างละเอียด

 

สูตรเดินเงิน Martingale

สำหรับสูตรเดินเงิน Martingale จะเป็นสูตรเดินเงินที่นักพนันนิยมใช้กัน นั่นก็เพราะว่าสูตรเดินเงินสูตรมาร์ติงเกล สามารถทำกำไรได้อย่างแน่นอน ถ้าคุณไม่แพ้ติดต่อกันจนตัวแตก แต่สูตรเดินเงินสูตรนี้ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน นั่นคือ ถ้าเกิดเล่นแพ้ติดต่อกัน 5 รอบติดขึ้นไป จะขาดทุนอย่างมาก แต่ถ้ากลับมาชนะเพียงรอบเดียว คุณจะได้ทุนคืนครับ

เพราะสูตรเดินเงินมาร์ติงเกล จะเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า ของยอดเดิมพันรอบล่าสุด เมื่อแพ้ จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าเพื่อนๆ จะเดิมพันชนะ และเมื่อชนะ จะกลับไปเดิมพัน 1 หน่วยเท่าเดิม ซึ่งสูตรเดินเงินมาร์ติงเกล จะมีวิธีการเดินเงินดังนี้ครับ

  • เมื่อแพ้ : จะเดิมพันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของรอบล่าสุด นั่นคือ รอบแรก ลงเดิมพันไปทั้งหมด 1 หน่วย แล้วแพ้ รอบต่อไปจะลงเดิมพัน 2 หน่วย แต่ถ้าแพ้อีก รอบถัดไปจะลงเดิมพันเป็น 4 หน่วย เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชนะ > 1 – 2 – 4 – 8 – 16
  • เมื่อชนะ : จะเดิมพันเท่าเดิม นั่นคือ รอบแรก ลงเดิมพันไปทั้งหมด 1 หน่วย แล้วชนะ รอบต่อไปก็จะลงเดิมพัน 1 หน่วยเท่าเดิม จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะแพ้ > 1 – 1 – 1 – 1 – 1

สำหรับสูตรเดินเงินมาร์ติงเกล ผมขอแนะนำว่า ถ้าหากเพื่อนๆ แพ้ติดต่อกัน เกิน 5 รอบติดขึ้นไป ให้เพื่อนๆ หยุดเล่นก่อนวันหลังค่อยมาแก้มือใหม่ครับ เพราะอัตราการแทงแพ้ 5 รอบติดเป็นไปได้ยากมาก ถ้าไม่ซวยจริงๆ เพราะถ้าแพ้ถึง 5 รอบติด คุณอาจจะหมดตัวเลยก็ได้ สูตรนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่มีต้นทุนในการเล่นสูง

 

ทิ้งท้าย แทงบาคาร่า

สำหรับ วิธีการ แทงบาคาร่า ที่ผมแนะนำเพื่อนๆ ทุกท่าน หวังว่าเพื่อนๆ ทุกท่านจะสามารถนำไปใช้ในการทำกำไรจากเกมส์บาคาร่า ได้นะครับ เพราะผม ได้บอกทริคต่างๆ วิธีเล่น และสูตรเดินเงิน ที่จะช่วยให้ทุกท่านได้กำไรจากการเล่น บาคาร่า ไปแล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์ครับ

หากเพื่อนๆ ชอบบทความดีๆ ของเรา อยากจะติดตามเรา ให้เพื่อนๆ กดกระดิ่งสีแดง ที่มุมขวาล่าง เพื่อรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ๆ ก่อนใคร หรือ เพื่อนๆ อยากจะติดต่อสอบถาม พูดคุยเพิ่มเติม สามารถแอด Line : Stakehow เพื่อมาพูดคุยกันได้ครับ Stakehow แหล่งเรียนรู้เรื่องคาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุด

Content Protection by DMCA.com